
เผยเคล็ดลับสุดหวง กับเทคนิคเปลี่ยนสายกีตาร์แบบมืออาชีพ รับรองไม่ว้าวุ่น
ไม่ว่าเราจะเป็นมือกีตาร์อาชีพหรือยังเป็นมือสมัครเล่น แต่สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลย นั่นก็คือการดูแลรักษากีต้าร์ของเราให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยเฉพาะสายกีตาร์ที่มีผลต่อคุณภาพของเสียงเป็นอย่างมาก หากสายขาดหรือขึ้นสนิม สิ่งที่ต้องรีบทำก็คือควรเปลี่ยนสายให้เรียบร้อย ซึ่งหลายคนอาจจะยังสงสัยว่าจะเปลี่ยนสายกีต้าร์ยังไงและควรเปลี่ยนสายกีต้าร์ตอนไหน เราสามารถเปลี่ยนสายกีต้าร์เองได้หรือไม่ เพื่อให้กีตาร์ของเรามีคุณภาพเสียงที่ดีคงที่ สามารถเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราจึงนำเทคนิคดีๆ ในการเลือกสายกีตาร์กับวิธีการเปลี่ยนสายกีตาร์ด้วยตัวเองมาฝาก ไม่ว่าจะเป็นสายกีตาร์โปร่งหรือสายกีต้าร์ไฟฟ้า ก็สามารถเปลี่ยนสายด้วยตัวเองดุจมืออาชีพได้
ทำไมเราต้องเปลี่ยนสายกีตาร์
เรื่องแรกที่ควรทำความเข้าใจ คือเหตุผลของการเปลี่ยนสายกีตาร์ ซึ่งถ้ามือใหม่ที่พึ่งฝึกเล่นจะรู้แต่เพียงว่า ต้องรอสายขาด ถึงจะได้เวลาเปลี่ยนสาย ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้ แต่สำหรับนักเล่นกีตาร์มืออาชีพแล้วนั้น จะรู้ดีว่าเราไม่ควรเปลี่ยนเฉพาะในตอนที่สายขาดแล้วเท่านั้น แต่ต้องหมั่นเปลี่ยนสายกีตาร์อยู่บ่อยๆ เพื่อคุณภาพเสียงที่คงที่ เกิดเสียงอันไพเราะอยู่เสมอ เพราะสายที่ผ่านการใช้งานมาสักระยะหนึ่ง จะทำให้คุณภาพและโทนเสียงของกีต้าร์เปลี่ยนไป
สำหรับผู้เล่นทั่วไปหรือมือใหม่ เรื่องเสียงเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่สำหรับนักดนตรีมืออาชีพแล้ว ความเที่ยงตรงของเสียงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งต้องคอยหมั่นสังเกตและฟังเสียงของสายอยู่เสมอ ถ้าหากรู้สึกว่าเล่นแล้วเสียงกีตาร์เริ่มเปลี่ยนไปไม่ใสกังวานเหมือนเดิมหรือรู้สึกว่าสายเริ่มแข็งขึ้น กดแล้วรู้สึกเจ็บมือ นั่นคือสัญญาณบ่งบอกให้เรารู้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนสายได้แล้ว
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสายกีตาร์
เราควรจะเปลี่ยนสายกีต้าร์ตอนไหน เป็นอีกคำถามหนึ่งที่หลายๆ คนสนใจ ซึ่งการเปลี่ยนสายกีต้าร์อาจจะไม่ต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนดเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการเล่นและสายที่เราซื้อใช้ ซึ่งอาจจะมีคุณภาพและระยะเวลาการใช้ต่างกันไป สำหรับสายกีต้าร์ราคาสูง ยี่ห้อมาตรฐานก็อาจจะใช้งานได้นานกว่าสายกีตาร์ราคาถูกทั่วไปได้ดีกว่า จึงทำให้ระยะเวลาในการเปลี่ยนสายช้าลง
ระยะเวลาโดยเฉลี่ยก่อนเปลี่ยนสายกีตาร์มีดังนี้
- 1. นักกีต้าร์มืออาชีพที่ เล่นต่อสัปดาห์มากกว่า 30 ชั่วโมงขึ้นไป ควรเปลี่ยนสายทุกๆ 1 เดือน
- 2. นักเรียนหรือนักดนตรีที่เล่นบ่อยแต่ไม่หนักมาก ประมาณ 15-30 ชม. ต่อสัปดาห์ ควรจะเปลี่ยนสายกีตาร์ทุกๆ 1-3 เดือน
- 3. นักกีต้าร์ทั่วไป ที่เล่น ราว 3-15 ชม. ต่อสัปดาห์ ควรเปลี่ยนสายทุก 3-6 เดือน
- 4. มือใหม่หัดเล่นหรือคนที่เล่นกีต้าร์เป็นกิจกรรมยามว่าง ที่เล่นไม่เกิน 1-3 ชม. ต่อสัปดาห์ เล่นไปประมาณ 6 -12 เดือน จึงค่อยเปลี่ยนสายกีต้าร์สักครั้งนึงก็ได้ แต่ในระหว่างนี้หากสายกีตาร์มีความชำรุดก็สามารถเปลี่ยนได้ทันที อาจเปลี่ยนเฉพาะสายที่ขาด, สายที่เป็นสนิมหรือจะเปลี่ยนยกชุดเลยก็ได้

เริ่มต้นเลือกสายกีตาร์แบบไหนดี
สำหรับมือใหม่ที่พึ่งหัดเริ่มเล่นกีต้าร์ อาจจะยังไม่รู้ว่าควรจะเลือกสายแบบไหนดี สายกีต้าร์มีอะไรบ้าง ลองใช้เทคนิคง่ายๆ ตามนี้ ไม่ว่าจะเป็นสายกีตาร์โปร่งหรือสายกีต้าร์ไฟฟ้า ก็จะมีลักษณะคล้ายกัน คือมีสายกีต้าร์ 6 สาย ลำดับต่อไปก็คือขนาดของสาย จะเรียกกันสั้นๆ ว่า “เบอร์” สายเบอร์ใหญ่จะให้เสียงหนาและชัดขึ้นแต่ต้องแลกมาด้วยความแข็งของสาย ที่อาจจะกดยากสักหน่อย ส่วนสายเบอร์เล็กเสียงก็จะบางลง แต่ตัวสายนิ่ม กดง่าย เล่นได้สบายมือมากกว่า ถือได้ว่าสายแต่ละขนาดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เราสามารถเลือกขนาดของสายความถนัดและความชอบของแต่ละคนได้เลย
โดยทั่วไป หากยังไม่มีเทคนิคส่วนตัวในการเลือกสาย แนะนำให้ใช้เบอร์ตามนี้จะช่วยทำให้เราเล่นกีต้าร์ได้อย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้น คือกีตาร์โปร่งให้เลือกใช้เบอร์ 11 ส่วนกีต้าร์ไฟฟ้าเลือกใช้เบอร์ 9 ถือว่าเป็นเบอร์มาตรฐานมาพร้อมกับกีตาร์ตั้งแต่แรกนั่นเอง ถ้าหากใครเกิดความสงสัยอยากรู้ข้อมูลให้ลึกขึ้น ว่าเบอร์อื่นใช้กับกีตาร์ของเราได้ไหม ใช้แล้วเสียงเป็นอย่างไร ก็สามารถแจ้งยี่ห้อกีต้าร์ที่ใช้เพื่อสอบถามกับร้านที่ขายสายกีตาร์ได้เลย ส่วนจะเลือกสายกีตาร์ยี่ห้อไหนดี เลือกใช้สายกีต้าร์ราคาเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ความชอบและงบประมาณของเราได้เลย
ขนาดของสายกีตาร์และความแตกต่าง
ไม่ว่าจะเป็นสายกีต้าร์โปร่งหรือสายกีต้าร์ไฟฟ้าที่เป็นแบบชุด (6 สาย) จะมีหลายขนาดให้เราได้เลือก ส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ 008 จนไปถึง 014 ซึ่งแน่นอนว่าสายแต่ละประเภทให้เสียงที่ไม่เหมือนกันเลย
1.สายขนาดเล็ก (เบอร์ 9 ลงมา)
สายเบอร์เล็กจะให้เสียงที่แหลมใส เบนด์สายง่าย สัมผัสนุ่มละมุนทำให้ตีคอร์ดและเล่นกีต้าร์ได้ง่ายกว่าเดิม ความบางของสายทำให้สัมผัสเหมือนไม่ค่อยมีความตึง แต่เสี่ยงที่จะขาดง่ายด้วยเช่นกัน การดีดด้วยปิ๊กหรือใครที่ชอบเบนด์สายหนักๆ จะส่งผลทำให้สายเบอร์นี้เสื่อมสภาพไวขึ้น เสียงก็จะแย่ลงเร็วขึ้นอีกด้วย
2.สายขนาดกลาง (10 – 11)
สายเบอร์นี้ให้เสียงที่ใหญ่ขึ้น โน้ตชัดเจน มีความทึมทึบ เน้นย่านกลางความบางแหลมน้อยลง เหมาะกับแนวบลูส์หรือร็อค เวลาดีดหนักมือหรือเวลาเบนด์สายมีแรงต้านดี เหมาะกับคนที่เล่นกีต้าร์มาได้สักพักและคิดว่า สายเบอร์ 9 บางเกินไป
3.สายขนาดใหญ่ (12 ขึ้นไป)
สายเบอร์ 12 นี้จะที่นิยมในหมู่นักดนตรีอาชีพมากกว่ามือใหม่ เพราะความใหญ่ของสายย่อมมากกับแรงตึงที่มากขึ้น สายแข็งเล่นยากมากขึ้น แต่ให้เสียงที่อุ่นหนา ก้องกังวาน เสียงดัง โน้ตชัด อาจจะเบนด์สายสั่นสายยากมาก แต่ตัวสายทำให้การโซโล่ชัดเจน ฟังแล้วเป็นห้วงทำนองที่น่าฟังมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการเปลี่ยนสายกีตาร์
เมื่อเลือกสายกีตาร์กันได้แล้ว หลายคนอาจอยากลองเปลี่ยนสายกีต้าร์เอง เพราะบางครั้งสายอาจจะขาดแค่เพียงสายเดียวจึงไม่อยากไปเปลี่ยนที่ร้าน ฉะนั้นเรามาดูกันว่าจะสามารถเปลี่ยนสายกีต้าร์ยังไง เปลี่ยนแบบไหนได้บ้าง ซึ่งการเปลี่ยนสายกีตาร์มี 2 แบบ คือ การเปลี่ยนทีละสายและเปลี่ยนแบบเอาสายเก่าออกทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแบบทีละสายนั้น จะช่วยทำให้คงแรงตึงของคอกีตาร์เอาไว้เหมือนเดิมได้ ส่วนการเอาสายเก่าออกทั้งหมดจะทำให้เรามีโอกาสได้ทำความสะอาดและเช็ดฟิงเกอร์บอร์ดไปในตัวอีกด้วย วิธีการเปลี่ยนสายมีขั้นตอนดังนี้
1.ถอดสายออกโดยผ่อนสายทุกสายจนกว่าจะหย่อน จนสามารถดึงออกมาจากตัวยึดสายได้ หรือใช้คีมตัดมาตัดสายออก
2.ดึงหมุดยึดสายที่หย่องกีตาร์ออก โดยหมุดยึดสายจะมีลักษณะเป็นหัวกลมๆ ที่ช่วยยึดให้สายกีตาร์ติดอยู่กับข้างในของตัวกีตาร์ ให้ดึงหมุดออกมาได้เลย โดยใช้ที่ดึงหมุดยึดสายโดยเฉพาะ (มีขายตามร้านขายเครื่องดนตรี/กีตาร์ทั่วไป)
3. ดึงสายออกมาจากรูหมุดทีละสาย อย่างเบามือ
4. เตรียมสายกีตาร์ชุดใหม่ให้พร้อม หากต้องการทำความสะอาดกีต้าร์สามารถทำก่อนติดตั้้งสายชุดใหม่ได้เลย
5. เลือกการรียงลำดับสาย ตั้งแต่วิธีใส่สายกีตาร์โปร่งสาย 1 ดังนี้ บางวิธีก็แนะนำให้เริ่มจากสายเล็กไล่ขึ้นไปหาสายใหญ่ หรือบางแห่งก็แนะนำให้เริ่มจากสายใหญ่ไล่ลงไปจนถึงสายเล็กก็ได้ แต่ที่เราจะแนะนำให้ทำแบบมืออาชีพนั้นคือให้ใส่สลับกัน คือใส่สายที่เล็กที่สุดก่อน จากนั้นใส่สายที่ใหญ่สุด แล้วสลับไปใส่สายที่เล็กรองลงมา แล้วก็ไปเปลี่ยนสายที่ใหญ่รองลงมาอีก (1-6-2-5-3-6 ซึ่งการเปลี่ยนสายแบบนี้ จะช่วยรักษาแรงดึงจากซ้ายไปขวาบนคอกีตาร์ได้ดีขึ้น)
7. ใส่หมุดปลายสายลงไปในรูของหมุดยึด แล้วใส่หมุดยึดสายกลับลงไปอีกครั้ง เวลาที่ใส่หมุดกลับลงไปควรจะดึงสายเข้ามาด้านในให้มีความตึงสักเล็กน้อย เพราะแรงขึงของสายจะช่วยทำให้หมุดยึดสายไม่หลุดออกมา
8. ขึงสายทีละสาย เมื่อสายกีตาร์อยู่ในรูหมุดยึดสายแล้ว ให้ขึงสายไปทางตัวพันสายที่อยู่ตรงลูกบิด แล้วใส่สายเข้าไปในรู ที่สำคัญคือต้องหมุนลูกบิดกีตาร์ไปทางขวาเสมอเวลาขึงสายให้ตึง หากหมุนลูกบิดไปในฝั่งตรงกันข้ามของหัวกีตาร์ จะทำให้สายขึ้นไปอยู่ตรงระหว่างแถวสองแถวของตัวพันสายและสายก็จะพันออกไปทางด้านนอกของตัวกีตาร์แทน
9. ร้อยสายผ่านรูและดึงให้ตึง ผ่อนสายเผื่อเอาไว้เล็กน้อย เพื่อที่จะได้มีส่วนที่เหลือเอาไว้พันกับตัวพันสาย
10. ดัดสายขึ้นไป 90° ให้ตั้งฉากกับกีตาร์และหมุนลูกบิด เพื่อที่สายกีตาร์จะได้พันทบรอบไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งตั้งสายให้ตรงกับเสียงจริงในขั้นตอนนี้ ตั้งให้ต่ำลงกว่าโน้ตจริงประมาณครึ่งเสียงไว้ก่อน
11. จากนั้นทำวิธีเดิมกับสายที่เหลือ เมื่อถึงขั้นตอนนี้ให้ตั้งสายกีตาร์โปร่ง, กีตาร์ไฟฟ้าได้เลย จากนั้นใช้คีมตัดลวดตัดสายส่วนที่เกินออกมาให้เหลือทิ้งไว้แค่ประมาณ 1/8 นิ้วหรือประมาณ 1/2 ซม. จากตัวยึดสาย (หากเหลือสายไว้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สายที่พันอยู่คลายตัวจนหลุดออกได้)
สรุป
เมื่อได้ทราบข้อมูลวิธีการการเปลี่ยนสายกีตาร์แบบมืออาชีพกันไปแล้ว ก็อย่าลืมตรวจเช็กสภาพสายกีตาร์ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนสายแล้วหรือยัง ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเองได้เลยโดยที่ไม่ต้องมองหาว่าควรเปลี่ยนสายกีต้าร์ที่ไหนดี ไม่ว่าจะเป็นสายกีตาร์โปร่งหรือสายกีต้าร์ไฟฟ้า เพียงแค่เราเข้าไปสั่งซื้อสายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ร้าน Myguitarshops ได้เลย เป็นร้านที่มีสายให้เลือกหลายแบบในราคาเบาๆ คลิกเข้าไปเลือกซื้อกีตาร์, สายกีต้าร์ราคาย่อมเยาคุณภาพดีส่งตรงถึงบ้านคุณได้ที่นี่ รับรองเลยว่าจะถูกใจร้าน Myguitarshops มากเพราะเป็นดั่งเพื่อนซี้นักดนตรี ที่จะคอยนำเสนอสินค้าดีมีคุณภาพสูงเท่านั้น ให้กับผู้เล่นกีตาร์ทั้งมือใหม่และมืออาชีพอยู่เสมอ